3.เช็กเลย ปวดท้องแบบไหนควรไปหาหมอ.webp
เช็กเลย! ปวดท้องแบบไหนควรไปหาหมอ ปวดแบบไหนอันตรายบ้าง
ใครที่มีอาการปวดท้อง แต่ไม่มั่นใจว่าปวดท้องแบบไหนต้องไปหาหมอ แบบไหนอันตราย หรืออยากรู้ว่าปวดท้องตำแหน่งไหนเสี่ยงโรคอะไร บทความนี้มีคำตอบ
Published

          อาการปวดท้อง เป็นอาการที่พบได้ในชีวิตประจำวันทั่วไป ทำให้หลาย ๆ คนมองข้ามไป โดยไม่ได้คิดว่าอาการปวดท้องที่กำลังเผชิญอยู่เป็นอาการผิดปกติ หรือบางคนอาจจะคิดเพียงว่าเกิดจากการกินอาหารในมื้อที่ผ่านมา ซึ่งอาการปวดท้องบางครั้ง อาจเป็นสัญญาณของโรคที่ร่างกายกำลังเตือนอยู่ได้ บทความนี้ N Health จะพามาคลายข้อสงสัยว่าปวดท้องแบบไหนควรไปหาหมอ และชวนมาทำความเข้าใจเบื้องต้นว่าอาการปวดท้องในแต่ละตำแหน่ง บอกโรคอะไรได้บ้าง
ปวดท้องแบบไหนควรไปหาหมอ?
          อาการปวดท้องเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นแผลในกระเพาะอาหาร, กรดไหลย้อน, อาหารไม่ย่อย หรืออาจจะบ่งบอกว่ามีการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหารก็ได้ นอกจากนี้ ยังรวมไปถึงสัญญาณเตือนของโรคต่าง ๆ อาทิ ภูมิแพ้อาหารแฝง, ไส้ติ่งอักเสบ, โรคเกี่ยวกับถุงน้ำดีและตับ มะเร็งกระเพาะอาหาร หรือมะเร็งลำไส้ได้ และหากมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ท้องผูกเรื้อรัง, ท้องผูกสลับท้องเสีย, กลืนอาหารลำบาก หรือลักษณะของอุจจาระเปลี่ยนไป (มีขนาดเล็ก อุจจาระเป็นสีดำ หรือถ่ายเป็นเลือด) แนะนำให้ไปพบแพทย์หรือเข้ารับการตรวจสุขภาพโดยด่วน

●    ปวดท้องมากจนนอนไม่หลับ
●    ปวดท้องมากและมีไข้ร่วมด้วย
●    ปวดที่บริเวณท้องน้อยด้านขวา
●    ปวดท้องแล้วร้าวไปที่หลัง
●    ปวดท้องนานเกิน 6 ชั่วโมงแล้วอาการไม่ดีขึ้น
●    ปวดท้องร่วมกับเลือดออกทางช่องคลอด
●    ปวดท้องรุนแรงจนไม่สามารถทานอาหารได้
●    ปวดท้องร่วมกับอาการหน้ามืด เป็นลม หมดสติ
●    ปวดท้องรุนแรงขึ้นทุกครั้ง เมื่อมีการเคลื่อนไหวร่างกาย
 

รู้หรือไม่? ตำแหน่งปวดท้องบอกโรคได้
          อาการปวดท้องสามารถเกิดขึ้นได้หลายตำแหน่ง เนื่องจากภายในช่องท้องของเรามีอวัยวะสำคัญหลายอย่าง อาทิ กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ ตับอ่อน ถุงน้ำดี ไต และมดลูก เป็นต้น หากสังเกตอาการและรู้ว่าตัวเองปวดท้องในตำแหน่งไหน จะช่วยให้คุณประเมินตัวเองได้เบื้องต้นว่าความผิดปกติที่เกิดขึ้น เกิดกับอวัยวะส่วนไหนบ้าง

ปวดท้องบริเวณรอบสะดือ
          อาการปวดท้องบริเวณรอบสะดืออาจเป็นสัญญาณของปัญหาที่เกี่ยวข้องกับอวัยวะภายใน เช่น ลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ส่วนต้น รวมถึงหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงลำไส้ด้วย อาการปวดท้องมักจะมาในลักษณะปวดบิดเป็นพัก ๆ หรือปวดแบบจุกแน่น

●    อาหารเป็นพิษ มีอาการปวดเกร็ง คลื่นไส้ อาเจียน และท้องเสีย
●    ลำไส้อักเสบ มักถ่ายเหลวมากกว่า 3 ครั้งต่อวัน อาจมีไข้ อ่อนเพลีย หรือถ่ายปนเมือกและเลือดร่วมด้วยได้
●    ไส้ติ่งอักเสบ ในระยะแรกอาจรู้สึกปวดจุกหรือแน่นบริเวณสะดือ จากนั้นอาการปวดจะย้ายไปที่ท้องน้อยด้านขวา อาการจะรุนแรงขึ้น เมื่อมีการเคลื่อนไหว เช่น ไอ หรือจาม
 

ปวดท้องบริเวณใต้ชายโครงขวา
          อาการปวดท้องใต้ชายโครงขวา อาจเป็นสัญญาณของภาวะตับอักเสบ นิ่วในถุงน้ำดี หรือเกิดการอุดตันของท่อน้ำดี หากพบว่ามีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง และมีไข้ร่วมด้วย แนะนำให้ไปพบแพทย์โดยเร็ว
 

ปวดท้องบริเวณใต้ลิ้นปี่
          บริเวณใต้ลิ้นปี่ คือ บริเวณที่อยู่กึ่งกลางระหว่างชายโครงซ้ายและขวา มีอวัยวะสำคัญหลายอย่าง ได้แก่ ตับอ่อน ลำไส้เล็กส่วนต้น และกระเพาะอาหาร หากมีอาการปวดท้องใต้ลิ้นปี่ อาจบ่งชี้ได้ว่าระบบย่อยอาหารกำลังมีปัญหา ซึ่งมักจะมีอาการปวดจุกแน่น หรือแสบร้อนกลางอกร่วมด้วย

●    ตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน เมื่อมีอาการปวดรุนแรงต่อเนื่อง พร้อมกับคลื่นไส้ อาเจียน
●    นิ่วในถุงน้ำดี ปวดบิดเป็นพัก ๆ บริเวณใต้ลิ้นปี่ ร่วมกับท้องอืด ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย
●    โรคหัวใจขาดเลือด ปวดแน่นหน้าอก หรือปวดร้าวไปยังไหล่และแขนข้างซ้าย เหงื่อออกมาก และหายใจติดขัด
 

ปวดท้องบริเวณบั้นเอว
          บริเวณบั้นเอว เป็นตำแหน่งที่ตรงกับท่อไตพอดี ซึ่งอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคไตอักเสบ นิ่วในไต หรือการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะได้ อาการที่พบบ่อยคือการปวดร้าวจากหลังไปหน้าท้อง หรือปวดเสียดแบบฉับพลันที่ด้านในด้านหนึ่ง บางรายอาจมีไข้ หรือปัสสาวะแสบขัดร่วมด้วย
 

ปวดท้องบริเวณชายโครงซ้าย
          หากคุณรู้สึกปวดบริเวณชายโครงซ้าย เช่น ปวดแน่น, เสียด หรือจุก โดยเฉพาะหลังรับประทานอาหารเสร็จ อาจมีความผิดปกติที่กระเพาะอาหารส่วนบน, ไตซ้าย, ม้าม หรือลำไส้ใหญ่ได้ ไม่ว่าจะเป็นลำไส้อักเสบ , กระเพาะอาหารอักเสบ, ภาวะม้ามโต ฯลฯ ถ้าปวดรุนแรงขึ้น หรืออาการแย่ลงหลังมีการกระแทก ควรไปพบแพทย์ทันที เพราะอาจมีเลือดออกภายในได้
 

ปวดท้องชายโครงขวา
          อาการปวดท้องบริเวณชายโครงขวา อาจเป็นสัญญาณของปัญหาที่เกี่ยวข้องกับอวัยวะสำคัญที่อยู่ตรงนั้น อย่างเช่น ตับ ถุงน้ำดี หรือไต อาการปวดมักจะมาในลักษณะจุก แน่น หรือปวดร้าวไปยังหัวไหล่ข้างขวา หากมีอาการปวดรุนแรง อาจเป็นผลมาจากถุงน้ำดีอักเสบ หรือมีนิ่วในถุงน้ำดีได้

●    นิ่วในถุงน้ำดี อาการอาหารไม่ย่อย ท้องอืด ท้องเฟ้อ หรือคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย
●    กรวยไตหรือนิ่วในไต ปวดบริเวณสีข้างหรือบั้นเอว และอาจมีปัญหาเกี่ยวกับการปัสสาวะ เช่น ปัสสาวะบ่อย แสบขัด หรือมีสีขุ่น
 

ปวดท้องน้อยด้านซ้าย
          อาการปวดท้องน้อยด้านซ้าย เกิดได้จากหลายสาเหตุเนื่องจากเป็นที่อยู่ของอวัยวะสำคัญหลายอย่าง ทั้งปีกมดลูก ท่อไต รังไข่ และลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย อาการที่เกิดขึ้นจึงเป็นสัญญาณเตือนของหลายโรค เช่น การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ, โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ, เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือถุงน้ำในรังไข่ ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับระบบทางเดินปัสสาวะและระบบสืบพันธุ์ โดยตรง
 

ปวดท้องน้อยส่วนล่าง
          อาการปวดท้องน้อยส่วนล่างเป็นอาการที่ควรสังเกตเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอาการที่มาแบบเฉียบพลัน เนื่องจากเป็นบริเวณที่เกี่ยวข้องกับอวัยวะสำคัญ อย่างลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย, ไส้ติ่ง, กระเพาะปัสสาวะ รวมถึงมดลูกและรังไข่ในผู้หญิง

●    ไส้ติ่งอักเสบ เป็นสาเหตุที่พบบ่อยของอาการปวดท้องน้อยด้านขวา เริ่มจากการปวดรอบ ๆ สะดือ แล้วย้ายมาปวดรุนแรงที่ท้องน้อยด้านขวา พร้อมมีไข้ คลื่นไส้ และอาเจียน
●    ระบบทางเดินอาหาร หากมีอาการปวดท้องน้อยเรื้อรัง ท้องผูกสลับท้องเสีย และอุจจาระมีลักษณะผิดปกติ ควรระวังมะเร็งลำไส้ใหญ่
●    ปัญหาสุขภาพผู้หญิง สำหรับผู้หญิง อาการปวดท้องน้อยอาจเกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์นอกมดลูก, ปีกมดลูกอักเสบ หรือถุงน้ำในรังไข่ โดยมักมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ประจำเดือนขาด, ประจำเดือนมาไม่ปกติ หรือปวดท้องรุนแรง
 

เมื่อมีอาการปวดท้องต้องทำอย่างไร
          เมื่อมีอาการปวดท้อง สามารถบรรเทาอาการเบื้องต้นได้ด้วยการดื่มน้ำอุ่น และสังเกตความผิดปกติของร่างกาย หากพบว่ามีอาการปวดท้องแบบที่ต้องไปหาหมอ หรือปวดท้องในลักษณะของสัญญาณเตือนของโรค ตามตำแหน่งที่กล่าวไปข้างต้น แนะนำให้ไปพบแพทย์หรือเข้ารับการตรวจสุขภาพ เพื่อค้นหาสาเหตุและแนวทางการรักษาที่เหมาะสมที่สุด เพราะโรคร้ายแรง มักจะไม่ค่อยแสดงอาการในระยะแรก ด้วยเหตุนี้การตรวจสุขภาพประจำปีจึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งนับว่าเป็นการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ยิ่งตรวจพบไว ยิ่งรักษาหายเร็วขึ้น อีกทั้งยังลดค่าใช้จ่ายในการรักษาได้มากอีกด้วย สำหรับใครที่กำลังมองหาแพ็กเกจตรวจสุขภาพ และไม่รู้ว่าจะไปตรวจสุขภาพที่ไหนดี N Health ขอแนะนำแพ็กเกจตรวจสุขภาพ สามารถเข้ารับบริการได้ที่ศูนย์บริการ N Health ทั้ง 34 สาขาทั่วประเทศ
 

สรุป
          อาการปวดท้องที่พบ อาจเป็นเพียงสัญญาณในช่วงเริ่มต้น ไม่ควรปล่อยให้ปวดท้องเรื้อรัง ไม่ว่าจะเกิดขึ้นในตำแหน่งใดก็ตาม เพราะมันอาจพัฒนาไปสู่โรคมะเร็งได้ ดังนั้น หากมีอาการปวดท้องที่ผิดปกติและรุนแรง ควรสังเกตอาการร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็นท้องเสีย ถ่ายเหลว อาเจียน ไข้ขึ้น ปวดร้าวไปบริเวณอื่น หรือถ่ายเป็นเลือด เพราะอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคอันตรายได้นั่นเอง

สำหรับผู้ที่สนใจตรวจสุขภาพกับ N Health
●    ดูแพ็กเกจตรวจสุขภาพทั้งหมด > แพ็กเกจตรวจสุขภาพ
●    เช็กสาขาใกล้บ้านได้ที่นี่ > ศูนย์บริการตรวจสุขภาพ N Health
●    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม > โทร 02-762-4000

Reference
●    https://www.samitivejhospitals.com/th/article/detail/ปวดท้อง-ต้องรู้
●    https://www.vibhavadi.com/th/blogs/abdominal-pain-in-7-areas-right-center-lower-abdomen-left-etc-what-diseases-should-you-be-cautious-about-should-you-see-a-doctor
●    https://www.bangkokhospital.com/th/bangkok/content/dealing-with-various-types-of-stomach-pain
●    https://www.khonkaenram.com/th/services/health-information/health-articles/surg/stomachache