News & Event

Our Clinical Laboratory Services cover diversified diagnoses that patients and physicians need in making healthcare decisions such as

Media Kits

18 October 2018

สถิติมีไว้แชร์... แต่ก่อนทำลายสถิติ เช็คร่างกายก่อน



N Health เข้าใจว่า หนึ่งในชัยชนะของนักวิ่งมาราธอนเช่นคุณ คือการทำลายสถิติที่คุณเคยทำได้ และต้องแชร์ให้คนที่คุณรักได้รู้ เพื่อให้เป้าหมายคุณสำเร็จ เรามีข้อมูลสำคัญมาแนะนำก่อนการวิ่งในครั้งนี้



วิตามินและแร่ธาตุในอาหารจากธรรมชาติ มีบทบาทสําคัญช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง ไม่แพ้สารอาหารหลัก ทั้งโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมัน โดยผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการจากหลายสถาบันต่างแนะนําให้กินผักและผลไม้เพื่อเสริมวิตามินและแร่ธาตุ เช่น

มันเทศ

ศาสตราจารย์เคลลี่ พริตเชตต์ (Kelly Pritchett) มหาวิทยาลัยเซ็นทรัลวอชิงตัน (Central Washington University) กล่าวว่า "มันเทศเป็นแหล่งวิตามินเอ ซี และบี ดังนั้น นักกีฬาและผู้ออกกําลังกายเป็นประจําควรกินเป็นมื้อกลางวันหรือมื้อเย็นสลับกับอาหารประเภทข้าวและแป้ง พร้อมเสริมด้วยอาหารที่เป็นแหล่งของโปรตีน เช่น เนยแข็งคอตเทจ (Cottage Cheese) หรือถั่วดํา"

กล้วย

นักกําหนดอาหาร แนนซี่ คลาร์ก (Nancy Clark) ผู้เขียนหนังสือ Nancy Clark’s Sports Nutrition Guidebook เผย “การออกกําลังกายอย่างหนักทําให้ร่างกายสูญเสียเกลือแร่ โดยเฉพาะโพแทสเซียม ผ่านทางเหงื่อและลมหายใจ หากกินกล้วยหอมซึ่งเป็นแหล่งของโพแทสเซียม จะช่วยชดเชยการสูญเสียและรักษาสมดุลเกลือแร่ในร่างกายและควบคุมความดันโลหิตได้“ 
นอกจากนี้กล้วยยังเป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรต จึงให้พลังงานแก่กล้ามเนื้อ แถมยังอร่อยและจะมีประโยชน์ยิ่งขึ้น หากกินร่วมกับแหล่งไขมันดี เช่น เนยถั่ว เป็นต้น

ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://goodlifeupdate.com/healthy-body/94326.html/2



ช่วงก่อนวิ่งเป็นช่วงสำคัญที่ต้องให้ร่างกายพักผ่อนให้เพียงพอ แต่บางคนอาจจะมีปัญหานอนหลับไม่ครบ 8-10 ชั่วโมง มาดุตัวอย่างวิธีการช่วยให้หลับง่ายมากขึ้น

1. ต้องสร้างบรรยากาศห้องนอนให้เงียบสงบ เปิดแอร์ให้เย็นสบาย ว่างโทรศัพท์ไว้ไกลตัวและเปิดโหมดห้ามรบกวนไว้ คอมพิวเตอร์ก็ต้องปิดเครื่องให้เร็วขึ้นอีก 1 ชั่วโมง เน้นเป็นการอ่านหนังสือแทนเพราะจะช่วยลดสิ่งเร้าออกไปได้ดี

2. กำหนดลมปราณก่อนการเข้านอน หรือการทำสมาธิกำหนดลมหายใจเข้าออก การทำสมาธิจะช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจ ฝึกหายใจโดยการใช้กระบังลมหรือ Belly Breathing เป็นการหายใจลึกที่สามารถดึงออกซิเจนเข้าปอดได้เยอะและมีประสิทธิภาพที่สุด หายใจเข้าออกทั้งทางจมูกและปาก เพื่อให้ร่างกายผ่อนคลายมีสมาธิลดความตื้นเต้น

3. ให้ถึงว่าเป็นช่วงสัปดาห์แห่งความสุข ลดการออกกำลังกายให้น้อยลง ดูแลเรื่องอาหารการกินให้ดีและที่สำคัญ เข้านอนให้เร็วเพราะเราจะเพิ่มชั่วโมงนอนหลับพักผ่อนอีกคืนละ 1-2 ชั่วโมง ถือว่าตอนนี้เรากำลังตุนชั่วโมงนอนไว้ให้มากที่สุด ห้ามนอนดึก เพราะจะทำให้เกิด sleep deprivation เป็นการสะสมความเหนื่อยล้าและไม่เป็นผลดีต่อ performance และสร้างความเครียดได้

ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://www.stepextra.com/8-ways-for-improving-pre-race-sleep/



 

เพื่อเป็นการเทรนร่างกายในเบื้องต้น ก็ควรต้องซ้อมวิ่งให้ได้ระยะทางรวมกันสัปดาห์ละ 24-32 กิโลเมตร อย่างน้อยเป็นเวลา 4-6 เดือนก่อนลงวิ่งมาราธอน ทว่าในช่วงเวลาก่อนลงสนามจริง ควรลดความถี่ในการฝึกซ้อมวิ่งระยะไกลให้ไม่เกิน 6 ครั้งก่อนลงวิ่งมาราธอน ทั้งนี้ก็เพื่อพักฟื้นร่างกายไม่ให้กล้ามเนื้ออ่อนล้าเกินไปก่อนลงสนามจริงนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม ทางวารสารกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้แนะนำตารางฝึกซ้อมวิ่งระยะไกลก่อนลงสนามวิ่งมาราธอนมาตามนี้ด้วย

วันอาทิตย์ : เริ่มซ้อมวิ่งระยะไกล
วันจันทร์ : เป็นวันพักผ่อน หรืออาจจะวิ่งสบาย ๆ ไม่เร่ง
วันอังคาร : จะเพิ่มโปรแกรมวิ่งให้หนักขึ้น และเพิ่มระยะทางให้ไกลขึ้น
วันพุธ : วิ่งสบาย ๆ ไม่ควรหักโหมเกินไป เป็นการพักหลังจากซ้อมหนักมาเมื่อวาน
วันพฤหัสบดี : วิ่งให้หนักอีกครั้งแบบเท่าตัว
วันศุกร์ : ซ้อมวิ่งธรรมดา ไม่หนักหรือเบาเกินไป
วันเสาร์ : เป็นวันพักผ่อน ก่อนจะต้องซ้อมวิ่งระยะไกลในวันอาทิตย์อีกครั้ง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://health.kapook.com/view154422.html




เป้าหมายสำคัญของการตรวจสุขภาพก่อนการออกกำลังกายและการวิ่งคือ การตรวจหาความเสี่ยงของโรคหัวใจ เป็นหลัก

ล่าสุดในปี 2015 American College of Sports Medicine มีคำแนะนำในเรื่องการตรวจสุขภาพก่อนการออกกำลังกาย (Pre-participation screening) ว่าควรซักประวัติผู้รับการตรวจสุขภาพดังต่อไปนี้ 

ความสม่ำเสมอในการออกกำลังกาย
มีอาการที่เกี่ยวข้องกับโรคหัวใจ เช่น หน้ามืด เป็นลม เเน่นหน้าอก ใจสั่น หรือมีโรคเกี่ยวกับระบบเผาผลาญพลังงาน (Metabolic) และโรคไตหรือไม่
ระดับความหนักที่ต้องการออกกำลังกาย

เพื่อนำข้อมูลเหล่านี้มาประเมินความเสี่ยง เช่น ถ้าไม่ได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หรือมีอาการส่อเสี่ยงของโรคหัวใจ และโรคอื่นๆ ดังกล่าว รวมทั้งหากต้องการเพิ่มการออกกำลังกายให้หนักขึ้นกว่าเดิม จำเป็นต้องได้รับการตรวจร่างกายจากแพทย์ เจาะเลือด และทำ Exercise Test ตามประวัติที่บ่งชี้ (เน้นเรื่องโรคหัวใจเป็นหลัก) ซึ่งเป้าหมายของการตรวจสุขภาพก่อนการวิ่งมีดังนี้

เพื่อตรวจหาสภาวะต่างๆ ที่เป็นข้อห้ามในการออกกำลังกายด้วยการวิ่ง
เพื่อตรวจหาสภาวะทางการแพทย์หรือโรค (ที่สามารถรักษาได้) ซึ่งอาจมีผลรบกวนต่อการออกกำลังกายด้วยการวิ่ง
เพื่อตรวจหาความเสี่ยงที่จะบาดเจ็บ หรือประวัติการบาดเจ็บที่ผ่านมา รวมไปถึงวิธีการฝึกที่ไม่ถูกต้อง
เพื่อตรวจเช็คระดับความฟิตของร่างกาย ซึ่งมีผลต่อการจัดโปรแกรมการฝึกที่ถูกต้อง
เพื่อเก็บเป็นข้อมูลพื้นฐานที่จะใช้อ้างอิงในอนาคต

ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://www.bangkokhospital.com/index.php/th/diseases-treatment/pre-participation-evaluation-for-marathon-runner


 
 

BACK

Media Kits

31 October 2018

งานที่คุณรัก…รักคุณหรือเปล่า?

เช็คได้จากร่างกายของคุณ อย่าให้งานทำร้ายคุณด้วยความเครียด สังเกตร่างกายให้ดี เพื่อสุขภาพที่ด...

MORE

Media Kits

11 October 2018

อิ่มบุญอิ่มสุขภาพกับ 5 เทคนิค ที่ทำให้คุณกินเจได้บุญเต็มอิ่มครบ 10 วัน

เจปีนี้ N Health ขออยู่เคียงข้างอิ่มบุญอิ่มสุขภาพดีๆ ไปพร้อมกับคุณ เพราะเข้าใจว่า บางคนอาจยอม...

MORE

Media Kits

31 October 2018

งานที่คุณรัก…รักคุณหรือเปล่า?

เช็คได้จากร่างกายของคุณ อย่าให้งานทำร้ายคุณด้วยความเครียด สังเกตร่างกายให้ดี เพื่อสุขภาพที่ด...

MORE

Media Kits

11 October 2018

อิ่มบุญอิ่มสุขภาพกับ 5 เทคนิค ที่ทำให้คุณกินเจได้บุญเต็มอิ่มครบ 10 วัน

เจปีนี้ N Health ขออยู่เคียงข้างอิ่มบุญอิ่มสุขภาพดีๆ ไปพร้อมกับคุณ เพราะเข้าใจว่า บางคนอาจยอม...

MORE

Media Kits

27 June 2018

อะไรจะดีไปกว่าให้คุณพ่อคุณแม่ได้มั่นใจในสุขภาพ

เมื่ออายุมากขึ้น ก็จะเริ่มมีความเสี่ยงในโรคภัยต่างๆ มากขึ้น การตรวจสุขภาพประจำปีในผู้สูงอายุนั้นเ...

MORE