GASTROClear_Banner Web-01.jpg
มะเร็งกระเพาะอาหาร ภัยเงียบที่หลายคนมองข้าม รู้ก่อน มีโอกาสดูแลได้ก่อน
มะเร็งกระเพาะอาหารในระยะเริ่มต้นมักไม่แสดงอาการ หรือมีอาการคล้ายโรคกระเพาะทั่วไป เช่น แน่นท้อง จุกเสียด หรืออาหารไม่ย่อย ทำให้หลายคนไม่ทราบความผิดปกติและเข้ารับการตรวจเมื่อโรคลุกลามแล้ว ซึ่งอาจส่งผลต่อโอกาสในการรักษาและการรอดชีวิตในระยะยาว
CarePublished

มะเร็งกระเพาะอาหารในระยะเริ่มต้นมักไม่แสดงอาการ หรือมีอาการคล้ายโรคกระเพาะทั่วไป เช่น แน่นท้อง จุกเสียด หรืออาหารไม่ย่อย ทำให้หลายคนไม่ทราบความผิดปกติและเข้ารับการตรวจเมื่อโรคลุกลามแล้ว ซึ่งอาจส่งผลต่อโอกาสในการรักษาและการรอดชีวิตในระยะยาว  

ทำไมการตรวจพบตั้งแต่ระยะแรกจึงสำคัญ?  

ระยะของโรคมีผลโดยตรงต่อโอกาสในการรักษาและอัตราการรอดชีวิต 5 ปี โดยข้อมูลจาก National Cancer Institute (NCI) พบว่า
• มะเร็งกระเพาะอาหารที่ตรวจพบในระยะเฉพาะที่ (Localized Stage) มีอัตราการรอดชีวิต 5 ปี ประมาณ 75–78%
• หากโรคลุกลามไปยังต่อมน้ำเหลืองหรืออวัยวะใกล้เคียง (Regional Stage) อัตราการรอดชีวิต 5 ปี ลดลงเหลือประมาณ 35–37%
• เมื่อโรคแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น (Distant/Metastatic Stage) อัตราการรอดชีวิต 5 ปี เหลือเพียงประมาณ 7–10%

GASTROClear-03.jpg

* หากตรวจพบมะเร็งกระเพาะอาหารตั้งแต่ระยะเฉพาะที่ (Localized stage) จะมีอัตราการรอดชีวิต 5 ปี สูงกว่าระยะที่โรคลุกลามอย่างมีนัยสำคัญ การตรวจคัดกรองจึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ตรวจพบโรคได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

รู้ก่อน มีโอกาสดูแลได้ก่อน

แม้มะเร็งกระเพาะอาหารจะเป็นโรคที่มักไม่แสดงอาการในระยะแรก แต่การตรวจคัดกรองและประเมินความเสี่ยงอย่างเหมาะสม สามารถช่วยเพิ่มโอกาสในการตรวจพบความผิดปกติได้เร็วขึ้น เพราะเมื่อรู้เร็ว โอกาสในการรักษาและคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าก็มีมากขึ้นเช่นกัน

หากยังไม่มีอาการ จะรู้ได้อย่างไร?
• ปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ช่วยประเมินความเสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหารได้จากการตรวจเลือด โดยวิเคราะห์สารชีวโมเลกุลที่เกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็ง
• การประเมินความเสี่ยงลักษณะนี้ อาจเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง หรือผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน โดยผลการตรวจสามารถช่วยให้แพทย์พิจารณาว่าควรมีการตรวจเพิ่มเติม เช่น การส่องกล้องทางเดินอาหารหรือไม่

microRNA: สัญญาณเล็กๆในเลือด ที่อาจช่วยให้ตรวจพบมะเร็งกระเพาะอาหารได้เร็วขึ้น
• หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า DNA แต่รู้หรือไม่ว่าในร่างกายของเรายังมีโมเลกุลขนาดเล็กอีกชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “microRNA (miRNA)” ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของยีนภายในเซลล์
• เมื่อเซลล์ในร่างกายเริ่มเกิดความผิดปกติ เช่น การเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกับมะเร็ง รูปแบบของ microRNA บางชนิดก็อาจเปลี่ยนแปลงไปด้วย และการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้สามารถตรวจพบได้จากเลือด
• เมื่อระดับ microRNA ผิดปกติ อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นที่สะท้อนความเปลี่ยนแปลงภายในร่างกาย แม้ในช่วงที่ยังไม่มีอาการแสดง  

เทคโนโลยี GASTROClear® ใช้การวิเคราะห์ microRNA หลายชนิดร่วมกัน เพื่อประเมินความเสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหาร และช่วยให้แพทย์พิจารณาแนวทางการตรวจเพิ่มเติมได้อย่างเหมาะสม

 ไม่เจ็บ ไม่น่ากลัว  : เพียงเจาะเลือด 5–6 มิลลิลิตรเท่านั้น
🍽️  ไม่ต้องงดน้ำงดอาหาร : สามารถเข้ารับบริการได้ทันที โดยไม่ต้องเตรียมตัวล่วงหน้า  
🔬 ตรวจพบได้ตั้งแต่ระยะแรก : มีความไวในการตรวจจับมะเร็งระยะที่ 1 สูงถึง 87.5% ซึ่งเป็นระยะที่รักษาได้ผลดีที่สุด
📈 ประเมินความเสี่ยงได้ดี : ให้ประสิทธิภาพในการประเมินความเสี่ยงดีกว่าการตรวจ CEA หรือ CA19-9 เพียงอย่างเดียว

การตรวจพบเร็ว มีความหมายอย่างไร?
• GASTROClear® ช่วยประเมินความเสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหารจากการตรวจเลือด เพื่อช่วยระบุผู้ที่อาจควรได้รับการตรวจเพิ่มเติม หากผลบ่งชี้ว่ามีความเสี่ยงสูง แพทย์อาจพิจารณาแนะนำการส่องกล้องเพื่อยืนยันผลและวางแผนการดูแลที่เหมาะสม
• นอกจากนั้น GASTROClear® ไม่ได้ใช้แทนการส่องกล้อง แต่เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยสนับสนุนการคัดกรองและการประเมินความเสี่ยงตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

GASTROClear_Banner Web_Artboard 2.jpg

ใครควรตรวจ?

✅ ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป
✅ มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร
✅ เคยติดเชื้อ H. pylori  หรือมีประวัติโรคกระเพาะอาหารอักเสบ
✅ มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ หรือรับประทานอาหารเค็ม/หมักดอง/แปรรูปเป็นประจำ
✅ ผู้ที่ใส่ใจสุขภาพและต้องการตรวจคัดกรองตั้งแต่อายุ 18 ปีขึ้นไป  หมายเหตุ ผลการตรวจ Gastroclear นี้เป็นการประเมินความเสี่ยง ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค

💙 รู้เร็ว...ประเมินได้เร็ว วางแผนดูแลได้เร็วกว่า การทราบความเสี่ยงตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยให้สามารถเข้ารับการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมได้อย่างเหมาะสม หากพบมะเร็งกระเพาะอาหารในระยะเริ่มต้น จะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาได้อย่างทันท่วงที และมีพยากรณ์โรคที่ดีขึ้น  

ข้อมูลอ้างอิงจาก International Agency for Research on Cancer (IARC). GLOBOCAN 2022; National Cancer Centre Singapore (NCCS); Agency for Science, Technology and Research (A*STAR), 
Singapore; So JBY, et al. Gut. 2020; National Cancer Institute (NCI). Surveillance, Epidemiology, and End Results (SEER) Program: Cancer Stat Facts – Stomach Cancer