Call Center (66) 2762 4000
4 มกราคม 2561

ไขมันพอกตับ

ไขมันพอกตับ (Fatty liver) คือ ภาวะที่มีไขมันแทรกอยู่ในเซลล์ตับมากเกินปกติ โดยทั่วไปมักเป็นไขมันชนิด Triglyceride1

อุบัติการณ์ของการเกิดภาวะไขมันพอกตับในปี 2016 พบว่าสูงถึงร้อยละ 25 ของประชากรโลก2 (พบประมาณ 1,800 ล้านคน จาก 7,500 ล้านคนทั่วโลก) ในระยะแรก ผู้มีภาวะไขมันพอกตับ มักไม่แสดงอาการผิดปกติใดๆ แต่หากไม่ได้รับการรักษาหรือปรับเปลี่ยน พฤติกรรมอย่างถูกต้อง จะมีการอักเสบของเซลล์ตับ(NASH) เกิดเป็นพังผืด (Fibrosis) ภายในตับกลายเป็นตับแข็ง (Cirrhosis)   หรือในบางรายอาจมีการดำเนินของโรครุนแรงจนเป็นมะเร็งตับ (Hepatocellular carcinoma) ได้ การวินิจฉัยเพื่อตรวจหาภาวะ ไขมันพอกตับตั้งแต่ระยะแรกได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง จะช่วยให้แพทย์ให้คำแนะนำและติดตามการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ใครควรตรวจคัดกรองภาวะไขมันพอกตับ?3
1. ผู้ที่มีภาวะโรคอ้วน (Obesity) (WHO นิยามว่า obesity คือมีค่าดัชนีมวลกาย (BMI ) มากกว่าเท่ากับ 30)
2. รอบเอว ≥ 94cm ในผู้ชาย และ ≥ 80cm ในผู้หญิง
3. ความดันโลหิต ≥ 130/85 mmHg หรือกำลังรักษาภาวะความดันโลหิตสูง
4. ผู้ที่มีระดับน้ำตาลในกระแสเลือดหลังงดอาหาร (Fasting glucose) ≥ 100 mg/dl หรือกำลังรักษาภาวะเบาหวาน
5. มีระดับไขมันในเลือดชนิด Triglycerides > 150mg/dl หรือ HDL cholesterol < 40 ในผู้ชาย และ < 50 ในผู้หญิง
6. ผู้ที่มีเอนไซม์ตับ(AST,ALT)สูงอย่างต่อเนื่องโดยไม่ทราบสาเหตุ

การตรวจเลือดเพื่อคัดกรองและติดตามภาวะไขมันพอกตับ (SteatoTest)
SteatoTest เป็นการตรวจวิเคราะห์สารชีวเคมีจากเลือด 10 ชนิดและประเมินร่วมกับอายุและเพศรวมทั้งส่วนสูง และน้ำหนักของผู้ป่วย โดยใช้ security algorithms ซึ่งมีความแม่นยำสูง รายงานผลเป็น SteatoTest scores เพื่อประเมินภาวะไขมันพอกตับ หากพบว่าเป็นโรคไขมันพอกตับ (S score >1) สามารถเพิ่มการตรวจ Fibrosis และการอักเสบของตับได้ด้วย FibroMax(LiverFASt)(Add on from SteatoTest-Positive) โดยไม่ต้องเจาะเลือดเพิ่มอีกครั้ง



การส่งตรวจวิเคราะห์ควรอยู่ภายใต้ดุลยพินิจของแพทย์  |  ทำการทดสอบโดยห้องปฏิบัติการที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน ISO15189 และ Lab Accreditation
*ตรวจวิเคราะห์ที่ N Health สำนักงานใหญ่ ซอยศูนย์วิจัย กทม.     |   **ระยะเวลานี้ไม่รวมเวลาการขนส่งและสำหรับกรณี รพ.ในเครือ BDMS กรุณาติดต่อ N Health ประจำสาขาของท่าน

References:
1.Fabbrini E, Sullivan S and Klein S.(2010). Obesity and nonalcoholic fatty liver disease: biochemical, metabolic, and clinical implications. Hepatology
2.American Association for the Study of Liver Disease (AASLD)(2016) Global Epidemiology of Nonalcoholic Fatty Liver Disease—Meta-Analytic Assessment of Prevalence,    Incidence, and Outcomes. Hepatology, Volume 64, No.1, Pages 73-84
3.European Association for the Study of the Liver (EASL), European Association for the Study of Diabetes (EASD) and European Association for the Study of Obesity (EASO)(2016).    EASL–EASD–EASO Clinical Practice Guidelines for the management of non-alcoholic fatty liver disease. Journal of Hepatology Volume 64, Issue 6, Pages 1388–1402

Download N Test SteatoTest